5 ความเสี่ยง Cyber Security ในออฟฟิศ SME ที่ไร้ Next-Gen Firewall
เช้าวันอาทิตย์ช่วงปลายเดือนที่แล้ว โทรศัพท์ผมดังขึ้นตอนแปดโมงเช้า ปลายสายคือเจ้าของบริษัทออกแบบแห่งหนึ่งที่มีพนักงานราวๆ 30 คน เสียงเขาสั่นเครือและพูดกับผมว่า "ช่างครับ ไฟล์งานลูกค้าใน NAS โดนล็อคหมดเลย เปิดไม่ได้สักไฟล์ แถมมีไฟล์ Notepad แปลกๆ ขึ้นข้อความเรียกค่าไถ่เต็มหน้าจอไปหมด ช่วยผมด้วยครับ"
พอผมรีบเข้าไปเช็คหน้างานสิ่งแรกที่พบคือ ระบบ Network สำนักงาน แห่งนี้ใช้เพียง Router ISP แถมฟรีจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ต่อตรงเข้า Switch แล้วกระจายสาย LAN ให้พนักงานทุกคน โดยไม่มีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอย่าง Next-Generation Firewall คอยคัดกรอง traffic เลยแม้แต่เครื่องเดียว การเปิด Port Forwarding ทิ้งไว้เพื่อให้พนักงาน WFH เข้ามาเอาไฟล์ จึงกลายเป็นประตูบานโตที่เปิดรับ Ransomware เข้ามาทำลายธุรกิจภายในเวลาไม่กี่นาที
จากประสบการณ์ที่ผมดูแลระบบ Network ให้กับองค์กรและ SME มาหลายปี ผมพบว่าหลายบริษัทมักมองว่าระบบความปลอดภัยเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่า "เราเป็นแค่ SME คงไม่มี Hacker มาสนใจ" ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างแรงครับ วันนี้ผมเลยอยากมาสรุป 5 ความเสี่ยงสำคัญด้าน Cyber Security ที่สำนักงาน SME ต้องเผชิญหากยังไม่มี Next-Gen Firewall ช่วยปกป้องระบบ
1. Ransomware แพร่กระจายข้ามวง LAN ได้อย่างอิสระ
Router แถมทั่วไปจาก ISP มักจะทำได้แค่การสลับเส้นทางข้อมูล (Routing) และการกรอง IP หรือ Port แบบพื้นฐาน (Layer 3 และ Layer 4) แต่ไม่สามารถตรวจสอบเนื้อหาของแพ็กเกจข้อมูล (Deep Packet Inspection) ได้เลย เมื่อมีคอมพิวเตอร์พนักงานเครื่องใดเครื่องหนึ่งติด Ransomware จากการหลงคลิกอีเมล Phishing หรือติดไวรัสจากแฟลชไดร์ฟ มัลแวร์จะเริ่มทำการสแกนหาเครื่องอื่นๆ ในวง LAN เดียวกันทันที
หากคุณไม่มี Next-Generation Firewall คอยกั้นสิทธิ์และตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ (Intrusion Prevention System หรือ IPS) มัลแวร์จะลุกลามจากเครื่องคอมพิวเตอร์พนักงาน ไปยัง Server, เครื่องบัญชี และ NAS ที่เก็บข้อมูลสำคัญของบริษัทได้อย่างง่ายดายแบบ Lateral Movement ซึ่งสร้างความเสียหายชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้
2. ขาดการควบคุม Layer 7 (Application Control) และ Shadow IT
ทุกวันนี้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่ได้มาในรูปแบบพอร์ตมาตรฐานอย่าง HTTP (Port 80) หรือ HTTPS (Port 443) เท่านั้น แต่มัลแวร์และโปรแกรมอันตรายยุคใหม่สามารถแฝงตัวมากับแอปพลิเคชันที่เราใช้งานกันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Peer-to-Peer, โปรแกรม Remote Control ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือแม้แต่เว็บฝากไฟล์ต่างๆ
ไฟร์วอลล์รุ่นเก่าหรือ Router ทั่วไปจะไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่า ข้อมูลที่วิ่งผ่าน Port 443 นั้นคือการรับส่งอีเมลงานจริงๆ หรือเป็นการแอบส่งออกข้อมูลสำคัญ (Data Leakage) ผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่ได้รับอนุญาต แต่การมี Layer 7 Firewall จะช่วยให้เรากำหนดนโยบายได้ระดับแอปพลิเคชัน เช่น อนุญาตให้ใช้ LINE คุยงานได้ แต่ไม่อนุญาตให้ส่งไฟล์ หรือบล็อกการใช้งาน BitTorrent ในออฟฟิศได้อย่างเด็ดขาด
3. ข้อมูลร่วไหลผ่าน HTTPS Traffic ที่ไร้การสแกน (SSL Inspection)
ปัจจุบัน Traffic บนโลกอินเทอร์เน็ตมากกว่า 90% ถูกเข้ารหัสด้วย SSL/TLS (HTTPS) เพื่อความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูล แต่ในมุมของ Network Security นี่คือช่องโหว่ขนาดใหญ่ หากระบบของคุณไม่มีฟีเจอร์ SSL/TLS Inspection
แฮกเกอร์มักใช้ประโยชน์จากการเข้ารหัสนี้ในการซ่อนรหัสโค้ดอันตราย (Malicious Code) หรือมัลแวร์ส่งผ่านเข้ามายังเครื่องพนักงาน เพราะ Router ปกติจะมองไม่เห็นข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสอยู่ ทำให้ผ่านเข้ามาในระบบได้โดยสะดวก การมี Next-Gen Firewall จะช่วยทำหน้าที่ถอดรหัส ตรวจสอบความปลอดภัยของไฟล์ และเข้ารหัสส่งต่อให้อย่างปลอดภัย ทำให้ภัยคุกคามที่แฝงมากับ HTTPS ไม่สามารถหลุดเข้ามาในเครือข่ายออฟฟิศได้
4. ตกเป็นเป้าหมายจาก Phishing และเว็บมัลแวร์ (ขาด Web Filtering)
พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของพนักงานคือหนึ่งในความเสี่ยงที่ควบคุมยากที่สุด การตั้งรหัสผ่านที่รัดกุมอาจไม่เพียงพอ หากพนักงานหลงกดลิงก์จากอีเมลหลอกลวง (Phishing) แล้วเข้าไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ปล่อยมัลแวร์ หรือเว็บที่แอบฝัง สคริปต์ขุดคริปโทเคอร์เรนซี
อุปกรณ์ Next-Gen Firewall มีฟีเจอร์ Web Filtering ที่อัปเดตฐานข้อมูลเว็บไซต์อันตรายทั่วโลกแบบ Real-time เมื่อมีคนในออฟฟิศพยายามจะเปิดเข้าเว็บที่มีประวัติเสี่ยง หรือเว็บ Phishing ระบบจะทำการบล็อกการเข้าถึงทันที ก่อนที่อุปกรณ์ในออฟฟิศจะทันได้ดาวน์โหลดไฟล์อันตรายลงมาในเครื่อง
5. ตาบอดเรื่อง Visibility ไม่รู้ว่าใครทำอะไร และขาด Log วิเคราะห์
ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ผมมักเจอเวลาเข้าไปกู้ระบบให้ลูกค้า SME ที่ไม่มี Next-Gen Firewall คือ "ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น" เมื่อเน็ตออฟฟิศช้า หรือมีเครื่องในระบบติดไวรัส เราจะไม่สามารถระบุได้เลยว่า Traffic ปริมาณมหาศาลนั้นมาจาก IP ไหน หรือใครกำลังพยายามแฮกระบบอยู่
Router ISP ทั่วไปไม่มีระบบ Logging และการแสดงผล (Visibility) เชิงลึก ทำให้ผู้ดูแลระบบขาดข้อมูลในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา ต่างจาก Next-Gen Firewall ที่มี Dashboard สรุปชัดเจนว่า เครื่องไหนใช้งาน Bandwidth สูงสุด มีการพยายามโจมตีจากภายนอกกี่ครั้ง และมีพฤติกรรมความเสี่ยงอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทำให้เราสามารถยับยั้งเหตุก่อนที่จะเกิดความเสียหายจริงได้ทันท่วงที
สรุปและแนวทางปรับปรุงสำหรับ SME
จากเคสบริษัทออกแบบที่ผมเล่าให้ฟังในตอนต้น สุดท้ายแล้วเขาต้องยอมสูญเสียข้อมูลงานบางส่วนที่ไม่ได้รับการสำรองข้อมูลไว้ และต้องหยุดชะงักการทำงานไปเกือบสัปดาห์เต็มๆ เพื่อล้างระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งค่าเสียหายและโอกาสทางธุรกิจที่เสียไปนั้น สูงกว่าราคาของอุปกรณ์ Next-Gen Firewall ดีๆ สักเครื่องเสียอีกครับ
การลงทุนใน Next-Generation Firewall สำหรับสำนักงาน SME ในปัจจุบันไม่ได้มีราคาแพงจนจับต้องไม่ได้เหมือนสมัยก่อนแล้วครับ มีทั้งรูปแบบการซื้อขาด หรือการรับบริการดูแลแบบ Managed Security Service ที่ช่วยให้ SME มีระบบความปลอดภัยระดับมาตรฐานองค์กรใหญ่ได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงเกินไป หากคุณยังใช้เพียง Router ISP ควบคุม Network ออฟฟิศอยู่ ผมแนะนำให้เริ่มทบทวนความเสี่ยงและวางแผนยกระดับ Security ให้กับระบบเครือข่ายของคุณตั้งแต่วันนี้ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้ (FAQ)
Q: Router ที่ได้มาจาก ISP ฟรี มี Firewall ในตัวอยู่แล้ว ทำไมยังต้องติด Next-Generation Firewall เพิ่ม?
Router จาก ISP มีเพียง Firewall พื้นฐานระดับ Layer 3/4 ที่กรองได้แค่ IP และ Port ไม่สามารถตรวจจับมัลแวร์ วิเคราะห์พฤติกรรม (IPS) บล็อกเว็บอันตราย (Web Filtering) หรือตรวจจับภัยคุกคามในระดับแอปพลิเคชัน (Layer 7) ได้เหมือน Next-Generation Firewall ครับ
Q: สำนักงาน SME ขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่ถึง 15 คน จำเป็นต้องใช้ Next-Gen Firewall ไหม?
จำเป็นครับ เพราะแฮกเกอร์และ Ransomware ในปัจจุบันใช้วิธีการสุ่มสแกนหาช่องโหว่อัตโนมัติ ไม่ได้เลือกขนาดบริษัท หากมีข้อมูลสำคัญ เช่น บัญชี ฐานข้อมูลลูกค้า หรือไฟล์งาน การมี Next-Gen Firewall รุ่นเล็กสำหรับ SME จะช่วยป้องกันการถูกโจมตีและหยุดการแพร่กระจายของไวรัสในวง LAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q: การติดตั้ง Next-Generation Firewall จะทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตในออฟฟิศช้าลงหรือไม่?
หากเลือกสเปกของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับความเร็วอินเทอร์เน็ต (Throughput) และจำนวนผู้ใช้งานในออฟฟิศ อินเทอร์เน็ตจะไม่ช้าลงอย่างมีนัยสำคัญครับ และกลับกันจะช่วยให้เน็ตเสถียรขึ้น เพราะระบบจะช่วยบล็อก Traffic ขยะและมัลแวร์ที่แอบสูบ Bandwidth ออกไปด้วย
ต้องการความช่วยเหลือหรือจ้างวางระบบ Network?
ทีมวิศวกร SIAM-LOGIN ยินดีให้คำปรึกษา ออกแบบระบบ และจัดส่งทีมเข้าติดตั้งหน้างาน